Skip to content
7iu.net

วิตามินดีจากแสงแดด: ระยะเวลาตากแดดที่เพียงพอในประเทศไทย

1 นาทีอ่านโดย 7IU Editorial Team

วิตามินดีจากแสงแดด

วิตามินดีจากแสงแดด: ทำไมคนไทยยังขาดวิตามินดี#

วิตามินดี ได้รับฉายาว่า "วิตามินแสงแดด" (Sunshine Vitamin) เพราะร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เองเมื่อผิวหนังได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต B (UVB) จากแสงแดด ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินดีที่สำคัญที่สุดและให้ปริมาณมากกว่าอาหารหลายเท่า

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่ละติจูดประมาณ 5-20 องศาเหนือ มีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี จึงดูเหมือนว่าคนไทยไม่น่าจะขาดวิตามินดี แต่ในความเป็นจริง งานวิจัยพบว่าคนไทยราว 40-50% มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตสมัยใหม่:

  • ใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาคารที่มีแอร์ — สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า คอนโด
  • ใช้ครีมกันแดดและร่มเพื่อปกป้องผิว
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดเพราะกังวลเรื่องผิวคล้ำ
  • สวมเสื้อผ้าปกคลุมร่างกายมาก

บทความนี้จะอธิบายกลไกการสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด เวลาที่ดีที่สุดในการตากแดดในประเทศไทย ระยะเวลาที่เพียงพอ และวิธีสมดุลระหว่างการรับวิตามินดีและการปกป้องผิวจากแดด

กลไกการสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด#

เมื่อผิวหนังได้รับรังสี UVB (ความยาวคลื่น 290-315 นาโนเมตร) กระบวนการสังเคราะห์วิตามินดีจะเกิดขึ้นดังนี้:

  1. รังสี UVB ทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้า (epidermis) เข้าสู่ผิวหนัง
  2. 7-dehydrocholesterol ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในผิวหนัง ถูกเปลี่ยนเป็น previtamin D3 โดยพลังงานจากรังสี UVB
  3. Previtamin D3 ถูกเปลี่ยนเป็น vitamin D3 (cholecalciferol) ด้วยความร้อนของร่างกาย
  4. วิตามิน D3 เข้าสู่กระแสเลือด และถูกส่งไปยังตับ
  5. ตับเปลี่ยนเป็น 25-hydroxyvitamin D [25(OH)D] ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้วัดระดับวิตามินดีในเลือด
  6. ไตเปลี่ยนเป็น 1,25-dihydroxyvitamin D (calcitriol) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ในร่างกาย

ตาม NIH Office of Dietary Supplements ร่างกายมีกลไกป้องกันการสังเคราะห์วิตามินดีมากเกินไป จากแสงแดด — เมื่อ previtamin D3 ถึงระดับหนึ่ง จะถูกสลายเป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ ดังนั้นการรับวิตามินดีจากแสงแดดไม่ทำให้เกิดพิษ ต่างจากอาหารเสริม

ข้อได้เปรียบของประเทศไทยในเขตร้อน#

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญหลายประการสำหรับการสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด:

1. ละติจูดต่ำ = รังสี UVB สูงตลอดปี#

ประเทศในเขตร้อน (ละติจูด 0-23.5 องศา) ได้รับรังสี UVB ที่แรงพอสำหรับการสังเคราะห์วิตามินดีตลอดทั้งปี ต่างจากประเทศในเขตหนาว (เช่น สหราชอาณาจักร สแกนดิเนเวีย) ที่มีรังสี UVB ไม่เพียงพอในช่วงฤดูหนาว (ตุลาคม-มีนาคม)

2. ไม่มีฤดูกาลที่ขาดแดด#

ในประเทศไทย แม้แต่ช่วงฤดูฝนก็ยังมีช่วงแดดออกเพียงพอสำหรับการสังเคราะห์วิตามินดี ต่างจากประเทศในเขตอบอุ่นที่มีช่วง "ฤดูหนาววิตามินดี" (vitamin D winter) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินดีได้เลย

3. ดัชนี UV สูง#

ดัชนี UV (UV Index) ในประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8-11+ ในช่วงกลางวัน ซึ่งจัดเป็นระดับ "สูงมาก" ถึง "รุนแรง" ตามเกณฑ์ของ WHO ความเข้มข้นนี้หมายความว่าต้องการเวลาตากแดดน้อยกว่าประเทศที่มี UV index ต่ำกว่า

ระยะเวลาตากแดดที่เพียงพอสำหรับคนไทย#

คำแนะนำทั่วไป#

สำหรับประเทศไทยซึ่งมี UV index สูง ระยะเวลาที่แนะนำคือ:

เงื่อนไขระยะเวลาหมายเหตุ
ผิวขาว-ปานกลาง (สีผิวแบบคนไทยทั่วไป)10-20 นาทีแขนและขาเปิดรับแดด
ผิวคล้ำ20-30 นาทีต้องใช้เวลานานกว่า
ผู้สูงอายุ (60+)20-30 นาทีผิวสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลง

เงื่อนไขสำคัญ:

  • เปิดรับแดดบริเวณแขน ขา และลำตัว — ยิ่งเปิดรับแดดมากเท่าไหร่ ยิ่งสังเคราะห์ได้มากขึ้น
  • ไม่ทาครีมกันแดด ในช่วงตากแดดสำหรับวิตามินดี (ทาหลังจากนั้น)
  • ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นอย่างน้อย

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับตากแดด#

ช่วงเวลาที่แนะนำ: ระหว่าง 10:00-15:00 น. เป็นช่วงที่รังสี UVB มีความเข้มสูงสุด ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงเวลาระดับ UVBเหมาะสำหรับวิตามินดี?
ก่อน 9:00 น.ต่ำไม่เพียงพอ
9:00-10:00 น.ปานกลางพอใช้
10:00-15:00 น.สูงดีที่สุด
15:00-16:00 น.ปานกลางพอใช้
หลัง 16:00 น.ต่ำไม่เพียงพอ

ข้อควรระวัง: ช่วงเวลา 10:00-15:00 น. เป็นช่วงที่แดดแรงที่สุดเช่นกัน ดังนั้นไม่ควรตากแดดนานเกินไป เพียง 10-20 นาทีก็เพียงพอ หลังจากนั้นควรทาครีมกันแดดหรือย้ายเข้าร่มเพื่อป้องกันผิวไหม้

ความแตกต่างระหว่างภูมิภาคในประเทศไทย#

ภูมิภาคละติจูดโดยประมาณUV Index เฉลี่ยระยะเวลาแนะนำ
ภาคใต้ (สงขลา ภูเก็ต)7-9°N10-128-15 นาที
กรุงเทพฯ และภาคกลาง13-14°N9-1110-20 นาที
ภาคเหนือ (เชียงใหม่)18-20°N8-1015-25 นาที
ภาคอีสาน (ขอนแก่น)16-17°N9-1110-20 นาที

ปัจจัยที่มีผลต่อการสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดด#

1. สีผิว (ปริมาณเมลานิน)#

เมลานิน เป็นเม็ดสีธรรมชาติที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสี UV แต่ในขณะเดียวกันก็ลดการสังเคราะห์วิตามินดี ด้วย

ตาม NIH:

  • ผิวขาว: สังเคราะห์วิตามินดีได้เร็วที่สุด
  • ผิวสีน้ำผึ้ง (แบบคนเอเชีย): ต้องใช้เวลามากกว่าผิวขาวประมาณ 1.5-2 เท่า
  • ผิวคล้ำ-ดำ: ต้องใช้เวลามากกว่าผิวขาว 3-6 เท่า

สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ที่มีผิวสีน้ำผึ้งถึงสีน้ำตาล การตากแดด 15-20 นาทีในช่วงเที่ยงถือว่าเพียงพอ

2. ครีมกันแดด (SPF)#

ครีมกันแดดเป็นดาบสองคม — ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง แต่ก็ลดการสังเคราะห์วิตามินดีด้วย

ค่า SPFการลดการสังเคราะห์วิตามินดี
SPF 15ลดลงประมาณ 93%
SPF 30ลดลงประมาณ 95%
SPF 50ลดลงประมาณ 98%

คำแนะนำที่สมดุล: ตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด 10-20 นาที จากนั้นทาครีมกันแดดทันที นี่คือวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำเพื่อให้ได้ทั้งวิตามินดีและการปกป้องผิว

3. พื้นที่ผิวที่เปิดรับแดด#

ยิ่งเปิดพื้นที่ผิวมากเท่าไหร่ ยิ่งสังเคราะห์วิตามินดีได้มากขึ้น:

  • ใบหน้าและมือเท่านั้น (ประมาณ 10% ของร่างกาย) — ไม่เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่
  • แขน ขา และใบหน้า (ประมาณ 25-30%) — เพียงพอสำหรับส่วนใหญ่
  • ลำตัว แขน ขา (ประมาณ 40-50%) — สังเคราะห์ได้เร็วที่สุด

4. อายุ#

ผิวหนังของผู้สูงอายุสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยกว่าคนหนุ่มสาว ผู้ที่มีอายุ 70 ปีมีความสามารถในการสังเคราะห์วิตามินดีลดลงเหลือเพียง 25% ของผู้ที่อายุ 20 ปี ตามงานวิจัยของ Holick MF (2007)

5. เมฆหมอกและมลพิษ#

  • เมฆหนา: ลดรังสี UVB ได้ 50% หรือมากกว่า
  • หมอกควัน PM2.5: มลพิษทางอากาศ (ซึ่งเป็นปัญหาในภาคเหนือของไทยช่วงฤดูหมอกควัน) สามารถลดรังสี UVB ที่ถึงผิวได้
  • กระจก: รังสี UVB ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างได้ ดังนั้นการนั่งข้างหน้าต่างที่มีแดดส่องไม่ช่วยให้ได้วิตามินดี

6. น้ำหนักตัว#

ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน (BMI > 30) มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าคนน้ำหนักปกติ เนื่องจากวิตามินดีถูกกักเก็บในเนื้อเยื่อไขมันและเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง กลุ่มนี้อาจต้องรับวิตามินดีเพิ่มเติมนอกเหนือจากแสงแดด

ตากแดดอย่างไรให้ปลอดภัย#

กฎ 10-15-20#

สำหรับคนไทยทั่วไป ใช้กฎ 10-15-20 ที่ปฏิบัติง่าย:

  1. ตากแดด 10-20 นาที (ขึ้นอยู่กับสีผิว) ในช่วง 10:00-15:00 น.
  2. เปิดรับแดดที่แขนและขา ไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อ
  3. ทำ 3-4 วันต่อสัปดาห์
  4. ทาครีมกันแดดทันทีหลังจาก 10-20 นาทีแรก
  5. หลีกเลี่ยงการตากแดดจนผิวแดงหรือไหม้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง#

  • อย่าตากแดดนานเกิน 30 นาที ในช่วงกลางวัน — การตากนานไม่ได้เพิ่มวิตามินดีมากขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังและผิวเสียหาย
  • อย่าใช้เตียงอาบแดด (tanning bed) — เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังโดยไม่จำเป็น
  • อย่าตากแดดจนผิวไหม้ — ผิวไหม้ (sunburn) ไม่ได้ช่วยเพิ่มวิตามินดี

เมื่อแสงแดดอาจไม่เพียงพอ#

แม้จะอยู่ในประเทศไทย มีบางสถานการณ์ที่แสงแดดอาจไม่ให้วิตามินดีเพียงพอ:

  1. ทำงานในสำนักงาน/ห้างสรรพสินค้าทั้งวัน — ไม่ได้ออกไปข้างนอกในช่วงที่แดดมี UVB สูง
  2. ช่วงฤดูฝนหนัก — เมฆหนาลดรังสี UVB
  3. ช่วงหมอกควัน PM2.5 — โดยเฉพาะในภาคเหนือช่วง กุมภาพันธ์-เมษายน
  4. ผู้สูงอายุ — ผิวสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลง
  5. ผู้ที่แพ้แสงแดด หรือมีภาวะผิวหนังที่ต้องหลีกเลี่ยง UV

ในกรณีเหล่านี้ ควรพิจารณา:

  • เพิ่มอาหารที่มีวิตามินดีสูง ในอาหารประจำวัน
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาหารเสริมวิตามินดี
  • ตรวจระดับ 25(OH)D ในเลือดเพื่อประเมินสถานะ

วิตามินดีจากแสงแดด vs อาหารเสริม#

คุณสมบัติแสงแดดอาหารเสริม
ความเสี่ยงต่อพิษไม่มี (ร่างกายควบคุมเอง)มี (ถ้ารับประทานเกินขนาด)
ความสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและวิถีชีวิตควบคุมได้แม่นยำ
ค่าใช้จ่ายฟรีมีค่าใช้จ่าย
ความเสี่ยงต่อผิวมี (มะเร็งผิวหนัง ผิวแก่)ไม่มี
ความสะดวกต้องออกไปข้างนอกรับประทานได้ทุกที่

แนวทางที่ดีที่สุด: ผสมผสานทั้งสองวิธี — รับวิตามินดีจากแสงแดดเป็นหลัก เสริมด้วยอาหารเสริมเมื่อจำเป็น สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขีดจำกัดที่ปลอดภัยของอาหารเสริม โปรดดู กินวิตามินดีเกินขนาด

การตรวจระดับวิตามินดีในเลือด#

หากไม่แน่ใจว่าได้รับวิตามินดีเพียงพอหรือไม่ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจเลือด 25-hydroxyvitamin D [25(OH)D]

ระดับ 25(OH)Dสถานะ
ต่ำกว่า 12 ng/mL (30 nmol/L)ขาด — เสี่ยงต่อโรคกระดูก
12-20 ng/mL (30-50 nmol/L)ไม่เพียงพอ
20-50 ng/mL (50-125 nmol/L)เพียงพอ — เหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่
50-150 ng/mL (125-375 nmol/L)อาจมากเกินไป
สูงกว่า 150 ng/mL (375 nmol/L)เป็นพิษ — เสี่ยงต่อ hypercalcemia

การตรวจวิตามินดีสามารถทำได้ที่โรงพยาบาลทั่วไปหรือศูนย์ตรวจสุขภาพ ค่าใช้จ่ายในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท

คำถามที่พบบ่อย#

ตากแดดผ่านกระจกได้รับวิตามินดีไหม?#

ไม่ได้ รังสี UVB ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างได้ ต้องออกไปรับแดดโดยตรงเท่านั้น

ทาครีมกันแดดแล้วยังได้วิตามินดีไหม?#

ครีมกันแดด SPF 30 ลดการสังเคราะห์วิตามินดีประมาณ 95% อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่ทาครีมกันแดดไม่หนาพอและไม่ทั่วถึง จึงยังอาจได้รับวิตามินดีบ้างเล็กน้อย

ตากแดดตอนบ่าย 3 โมงเย็นได้วิตามินดีไหม?#

ได้น้อยมาก ช่วงบ่ายหลัง 15:00 น. รังสี UVB ลดลงมาก ช่วงที่ดีที่สุดคือ 10:00-15:00 น.

ฤดูฝนในไทยยังสังเคราะห์วิตามินดีได้ไหม?#

ได้ แต่ลดลง ในวันที่เมฆหนา รังสี UVB อาจลดลงถึง 50% ควรตากแดดนานขึ้นเล็กน้อยหรือเสริมด้วยอาหารที่มีวิตามินดี

สรุป#

  • ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดดเนื่องจากละติจูดต่ำ
  • ตากแดด 10-20 นาที ช่วง 10:00-15:00 น. 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเปิดแขนขารับแดด ถือว่าเพียงพอ
  • ครีมกันแดด SPF 30 ลดการสังเคราะห์วิตามินดี 95% — ตากแดดก่อน แล้วค่อยทาครีมกันแดด
  • สีผิวเข้มต้องใช้เวลานานกว่า — ผิวสีน้ำผึ้งถึงน้ำตาลต้องตากแดดนานกว่าผิวขาว 1.5-2 เท่า
  • ผู้สูงอายุสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลง ควรเสริมด้วยอาหารและอาหารเสริม
  • แดดผ่านกระจกไม่ช่วยให้ได้วิตามินดี
  • ตรวจ 25(OH)D ในเลือดเพื่อทราบสถานะที่แท้จริง
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู อาหารที่มีวิตามินดีสูง, วิตามินที่ละลายในไขมัน และ หน่วย IU คืออะไร

แหล่งอ้างอิง#

คู่มือ

IU คืออะไร: วิธีแปลงหน่วย IU เป็น mcg และ mg สำหรับวิตามิน

IU คืออะไร? ทำความเข้าใจหน่วยวัดวิตามิน IU ย่อมาจาก International Unit หรือ "หน่วยสากล" เป็นหน่วยวัดมาตรฐานที่ใช้ระบุปริมาณฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) ของวิตามิน ฮอร์โมน และสารบางชนิด ต่างจากหน่วย กรัม มิลลิกรัม หรือไมโครกรัม ที่วัดน้ำหนัก IU วัดว่าส

ขาดวิตามินดี: อาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษา

ขาดวิตามินดี — ปัญหาที่คนไทยมองข้าม ภาวะขาดวิตามินดี (Vitamin D deficiency) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย แม้จะเป็นประเทศเขตร้อนที่มีแสงแดดตลอดปี คนไทยจำนวนไม่น้อยมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่อยู่ใ

วิตามินเอ: เรตินอล เบต้าแคโรทีน ประโยชน์และปริมาณที่แนะนำ

วิตามินเอคืออะไร? ทำไมจึงมีหลายรูปแบบ วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และสุขภาพผิว วิตามินเอที่เราได้รับจากอาหารมี 2 รูปแบบหลักที่แตกต่างกันอย่างมาก: เรตินอล (Retinol) หรือวิต