Skip to content
7iu.net

IU คืออะไร: วิธีแปลงหน่วย IU เป็น mcg และ mg สำหรับวิตามิน

1 นาทีอ่านโดย 7IU Editorial Team

หน่วย IU สำหรับวิตามิน

IU คืออะไร? ทำความเข้าใจหน่วยวัดวิตามิน#

IU ย่อมาจาก International Unit หรือ "หน่วยสากล" เป็นหน่วยวัดมาตรฐานที่ใช้ระบุปริมาณฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) ของวิตามิน ฮอร์โมน และสารบางชนิด ต่างจากหน่วย กรัม มิลลิกรัม หรือไมโครกรัม ที่วัดน้ำหนัก IU วัดว่าสารนั้นออกฤทธิ์ในร่างกายมากเพียงใด

แนวคิดของ International Unit ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 โดย League of Nations Health Organisation (ต้นแบบขององค์การอนามัยโลก) เนื่องจากพบว่าการวัดวิตามินบางชนิดด้วยน้ำหนักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะวิตามินชนิดเดียวกันอาจมีหลายรูปแบบทางเคมี ซึ่งมีประสิทธิภาพต่างกัน

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน IU สำหรับสารแต่ละชนิด และ NIH Office of Dietary Supplements ใช้ทั้ง IU และหน่วยเมตริกบนฉลากอาหารเสริม

ทำไมวิตามินจึงใช้หน่วย IU แทนน้ำหนัก#

หลายคนสงสัยว่าทำไมขวดวิตามินดีเขียนว่า "1,000 IU" แทนที่จะเขียน "25 mcg" คำตอบอยู่ที่ฤทธิ์ทางชีวภาพ

วิตามินหลายชนิดมีหลายรูปแบบทางเคมี ตัวอย่างเช่น วิตามิน A อาจมาในรูปเรตินอล (preformed) หรือเบต้าแคโรทีน (provitamin) ร่างกายต้องใช้เบต้าแคโรทีนมากกว่าเรตินอลถึง 6 เท่าโดยน้ำหนักเพื่อให้ได้ผลทางชีวภาพเท่ากัน ระบบ IU จัดการปัญหานี้โดยกำหนดค่าแปลงเฉพาะ (conversion factor) สำหรับแต่ละรูปแบบ

ข้อดีของหน่วย IU:

  • มาตรฐานเดียวกันข้ามรูปแบบ — 1 IU ของวิตามิน A จากเรตินอลและ 1 IU จากเบต้าแคโรทีนให้ผลทางชีวภาพเท่ากัน
  • การกำหนดขนาดยาที่แม่นยำ — แพทย์สั่งขนาดยาตามฤทธิ์ชีวภาพโดยไม่ต้องระบุรูปแบบเคมี
  • ความปลอดภัย — ขีดจำกัดสูงสุด (UL) มีความหมายมากกว่าเมื่อวัดจากฤทธิ์ชีวภาพ

อย่างไรก็ตาม วงการวิทยาศาสตร์กำลังเปลี่ยนไปใช้หน่วยน้ำหนัก (mcg, mg) มากขึ้น FDA สหรัฐฯ ปรับฉลากโภชนาการในปี 2020 ให้แสดงหน่วยเมตริกควบคู่กับ IU ดังนั้นการเข้าใจทั้ง 2 ระบบจึงสำคัญ

ตารางค่าแปลง IU สำหรับวิตามินแต่ละชนิด#

สำคัญ: ไม่มีสูตรแปลง IU สูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกวิตามิน แต่ละชนิดมีค่าแปลงเฉพาะของตัวเอง

สาร1 IU เท่ากับหน่วยหมายเหตุ
วิตามิน D3 (cholecalciferol)0.025 mcgไมโครกรัม (mcg)รูปแบบที่นิยมใช้ในอาหารเสริม
วิตามิน A (เรตินอล)0.3 mcg RAEไมโครกรัม RAEวิตามิน A จากสัตว์
วิตามิน A (เบต้าแคโรทีน)0.05 mcg RAEไมโครกรัม RAEวิตามิน A จากพืช
วิตามิน E (ธรรมชาติ, d-alpha-tocopherol)0.67 mgมิลลิกรัม (mg)ฤทธิ์สูงกว่า
วิตามิน E (สังเคราะห์, dl-alpha-tocopherol)0.45 mgมิลลิกรัม (mg)ฤทธิ์ต่ำกว่า
อินซูลิน (มนุษย์)0.0347 mgมิลลิกรัม (mg)ยาตามใบสั่งแพทย์
Loading infographic...

วิธีแปลง IU เป็น mcg หรือ mg#

ขั้นตอนที่ 1: ระบุชนิดของวิตามิน#

ตรวจสอบฉลากอาหารเสริมว่าเป็นวิตามินชนิดใด รูปแบบใด (เช่น วิตามิน D3 ไม่ใช่แค่ "วิตามิน D")

ขั้นตอนที่ 2: หาค่าแปลง#

ใช้ค่าแปลงจากตารางด้านบน:

  • วิตามิน D3: 1 IU = 0.025 mcg
  • วิตามิน A (เรตินอล): 1 IU = 0.3 mcg RAE
  • วิตามิน A (เบต้าแคโรทีน): 1 IU = 0.05 mcg RAE
  • วิตามิน E (ธรรมชาติ): 1 IU = 0.67 mg
  • วิตามิน E (สังเคราะห์): 1 IU = 0.45 mg

ขั้นตอนที่ 3: คูณ#

สูตร: ค่า IU x ค่าแปลง = ค่าเมตริก

ตัวอย่างการแปลงหน่วยที่คนไทยค้นหาบ่อย#

วิตามินดี 20,000 IU คือเท่าไหร่?#

คำถามยอดนิยม: วิตามิน ดี 20,000 IU คือ กี่ mcg?

20,000 IU x 0.025 mcg/IU = 500 mcg

ข้อควรรู้: 20,000 IU เป็นปริมาณที่สูงมาก เกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย (UL) ซึ่งอยู่ที่ 4,000 IU (100 mcg)/วัน ถึง 5 เท่า ปริมาณนี้ไม่ควรรับประทานทุกวันด้วยตัวเอง หากแพทย์สั่งจ่าย อาจใช้เป็นยาสำหรับรับประทานเป็นครั้งคราว (เช่น สัปดาห์ละครั้ง) ภายใต้การตรวจเลือดเป็นประจำ

วิตามินดี 20,000 IU ต่อสัปดาห์#

บางแพทย์อาจสั่ง 20,000 IU/สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีวิตามินดีในเลือดต่ำ ซึ่งเฉลี่ยแล้วเท่ากับ:

20,000 IU / 7 วัน = ประมาณ 2,857 IU/วัน (71.4 mcg/วัน)

ซึ่งอยู่ภายในขีดจำกัดที่ปลอดภัย

วิตามินอี 400 IU คือเท่าไหร่?#

วิตามิน อี 400 IU เป็นขนาดที่พบบ่อยในอาหารเสริม:

ถ้าเป็นวิตามิน E ธรรมชาติ (d-alpha-tocopherol):

400 IU x 0.67 mg/IU = 268 mg

ถ้าเป็นวิตามิน E สังเคราะห์ (dl-alpha-tocopherol):

400 IU x 0.45 mg/IU = 180 mg

ข้อควรรู้: RDA ของวิตามิน E คือเพียง 15 mg/วัน วิตามิน E 400 IU จึงมีปริมาณสูงกว่า RDA ถึง 12-18 เท่า แม้จะยังต่ำกว่า UL (1,000 mg) แต่การวิเคราะห์แบบ meta-analysis พบว่าปริมาณเกิน 400 IU/วัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

วิตามินเอ 25,000 IU คือเท่าไหร่?#

วิตามิน เอ 25,000 IU (เรตินอล):

25,000 IU x 0.3 mcg/IU = 7,500 mcg RAE

คำเตือน: 25,000 IU ของเรตินอล เกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย (10,000 IU / 3,000 mcg RAE) ถึง 2.5 เท่า NIH ระบุว่าการรับประทานเรตินอลเกิน 25,000 IU/วัน เป็นเวลานานอาจทำให้ตับเสียหาย

ตารางแปลงหน่วยสำเร็จรูป#

วิตามิน D3 (IU เป็น mcg)#

IUmcg
400 IU10 mcg
1,000 IU25 mcg
2,000 IU50 mcg
4,000 IU100 mcg (= UL)
5,000 IU125 mcg
10,000 IU250 mcg
20,000 IU500 mcg
50,000 IU1,250 mcg

วิตามิน A — เรตินอล (IU เป็น mcg RAE)#

IUmcg RAE
1,000 IU300 mcg
2,500 IU750 mcg
5,000 IU1,500 mcg
10,000 IU3,000 mcg (= UL)
25,000 IU7,500 mcg

วิตามิน E — ธรรมชาติ (IU เป็น mg)#

IUmg
100 IU67 mg
200 IU134 mg
400 IU268 mg
800 IU536 mg
1,000 IU670 mg
1,493 IU1,000 mg (= UL)

วิตามิน E — สังเคราะห์ (IU เป็น mg)#

IUmg
100 IU45 mg
200 IU90 mg
400 IU180 mg
800 IU360 mg
1,000 IU450 mg
2,222 IU1,000 mg (= UL)

ใช้เครื่องคำนวณ#

แทนที่จะคำนวณเอง ลองใช้เครื่องแปลงหน่วยอัตโนมัติของเรา เลือกชนิดวิตามินและกรอกค่า IU เพื่อแปลงเป็นหน่วยเมตริกทันที:

IU กับ mcg ต่างกันอย่างไร?#

คำถามที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง:

  • IU (International Unit) วัดฤทธิ์ทางชีวภาพ — สารออกฤทธิ์ในร่างกายมากเพียงใด
  • mcg (ไมโครกรัม) วัดน้ำหนัก — 1 ไมโครกรัม = 0.000001 กรัม

1 mcg ของสารใด ๆ ก็มีน้ำหนักเท่ากัน แต่ 1 IU ของวิตามิน D3 ไม่เท่ากับ 1 IU ของวิตามิน A เพราะค่า IU ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร

ถ้าฉลากเขียนว่า "1,000 IU (25 mcg)" — ทั้ง 2 ตัวเลขบอกปริมาณเดียวกัน แค่ใช้หน่วยต่างกัน

IU กับ mg ต่างกันอย่างไร?#

หลักการเดียวกับ IU กับ mcg แต่ใช้สเกลที่ใหญ่กว่า:

  • mg (มิลลิกรัม) = 0.001 กรัม = 1,000 mcg
  • 1 mg ของวิตามิน E ธรรมชาติ = 1.49 IU
  • 1 mg ของวิตามิน E สังเคราะห์ = 2.22 IU

ขีดจำกัดที่ปลอดภัย (UL) ในหน่วย IU และเมตริก#

สารUL (หน่วยเมตริก)UL (IU โดยประมาณ)
วิตามิน D3100 mcg/วัน4,000 IU/วัน
วิตามิน A (เรตินอล)3,000 mcg RAE/วัน10,000 IU/วัน
วิตามิน E (ธรรมชาติ)1,000 mg/วัน1,493 IU/วัน
วิตามิน E (สังเคราะห์)1,000 mg/วัน2,222 IU/วัน

ข้อควรจำ: ค่า UL เหล่านี้ใช้กับผู้ใหญ่ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวอาจมีขีดจำกัดที่ต่ำกว่า สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดู วิตามินที่ละลายในไขมัน

คำถามที่พบบ่อย#

IU เหมือนกับ mcg ไหม?#

ไม่เหมือนกัน IU วัดฤทธิ์ทางชีวภาพ ส่วน mcg วัดน้ำหนัก ทั้งสองเชื่อมโยงกันผ่านค่าแปลงเฉพาะของสารแต่ละชนิด

1 mg เท่ากับกี่ IU?#

ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร สำหรับวิตามิน E ธรรมชาติ 1 mg = 1.49 IU สำหรับวิตามิน E สังเคราะห์ 1 mg = 2.22 IU ไม่มีค่าแปลงแบบครอบจักรวาล

ทำไมยังใช้หน่วย IU อยู่ ถ้า mcg แม่นยำกว่า?#

IU ยังคงใช้อยู่เพราะ: ธรรมเนียมที่สืบทอดมา ความสะดวกในการเปรียบเทียบฤทธิ์ข้ามรูปแบบเคมี และความคุ้นเคยของผู้บริโภคและบุคลากรทางการแพทย์ FDA ปัจจุบันกำหนดให้แสดงหน่วยเมตริกบนฉลาก แต่ยังอนุญาตให้ใช้ IU เพิ่มเติมได้

ใช้สูตรเดียวแปลง IU ได้ทุกวิตามินไหม?#

ไม่ได้ แต่ละวิตามินมีค่าแปลงเฉพาะ ต้องใช้ค่าแปลงที่ถูกต้องสำหรับสารแต่ละชนิด การใช้ค่าแปลงผิดจะได้ปริมาณที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สรุป#

  • IU (International Unit) วัดฤทธิ์ทางชีวภาพ ไม่ใช่น้ำหนัก — แต่ละวิตามินมีค่าแปลงเฉพาะ
  • วิตามิน D3: 1 IU = 0.025 mcg / วิตามิน A (เรตินอล): 1 IU = 0.3 mcg RAE / วิตามิน E (ธรรมชาติ): 1 IU = 0.67 mg
  • วิตามินดี 20,000 IU = 500 mcg — ปริมาณสูงที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • วิตามินอี 400 IU = 268 mg (ธรรมชาติ) — สูงกว่า RDA แต่ยังต่ำกว่า UL
  • ไม่มีสูตรแปลง IU เดียวที่ใช้ได้ทุกชนิด — ต้องตรวจสอบค่าแปลงเฉพาะ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู วิตามินที่ละลายในไขมัน และ วิตามินดีจากแสงแดด

แหล่งอ้างอิง#

คู่มือ

ขาดวิตามินดี: อาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษา

ขาดวิตามินดี — ปัญหาที่คนไทยมองข้าม ภาวะขาดวิตามินดี (Vitamin D deficiency) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย แม้จะเป็นประเทศเขตร้อนที่มีแสงแดดตลอดปี คนไทยจำนวนไม่น้อยมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่อยู่ใ

วิตามินเอ: เรตินอล เบต้าแคโรทีน ประโยชน์และปริมาณที่แนะนำ

วิตามินเอคืออะไร? ทำไมจึงมีหลายรูปแบบ วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และสุขภาพผิว วิตามินเอที่เราได้รับจากอาหารมี 2 รูปแบบหลักที่แตกต่างกันอย่างมาก: เรตินอล (Retinol) หรือวิต

วิตามิน D3 K2: ประโยชน์ การทำงานร่วมกัน และยี่ห้อที่ดีที่สุด

ทำไมวิตามิน D3 กับ K2 ต้องกินคู่กัน? การเข้าใจ ประโยชน์ของวิตามิน D3 และ K2 เริ่มต้นจากความจริงที่สำคัญ: วิตามินสองตัวนี้ ทำงานร่วมกันได้ดีกว่าการกินแยกกัน อย่างมาก วิตามิน D3 ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร ในขณะที่วิตามิน K2 ทำหน้าที่เป็น "ผู้กำกับจราจร"