Skip to content
7iu.net

อาหารที่มีวิตามินดีสูง: 15 แหล่งอาหารจากธรรมชาติ

1 นาทีอ่านโดย 7IU Editorial Team

แหล่งอาหารที่มีวิตามินดีสูง

อาหารที่มีวิตามินดี: ทำไมจึงสำคัญสำหรับคนไทย#

วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียม การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพกระดูก แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในเขตร้อนซึ่งมีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ แต่งานวิจัยพบว่าคนไทยจำนวนมากยังคงมีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์

การศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าประชากรไทยกว่า 40-50% มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่า 30 ng/mL ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่ใช้เวลาอยู่ในอาคารมาก การใช้ครีมกันแดด และความพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดเพื่อรักษาผิวขาว

ตามข้อมูลจาก NIH Office of Dietary Supplements ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 600 IU (15 mcg) ต่อวัน และ 800 IU (20 mcg) ต่อวัน สำหรับผู้สูงอายุ 71 ปีขึ้นไป ดังนั้น การรู้จักอาหารที่มีวิตามินดีสูงจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพ

15 อาหารที่มีวิตามินดีสูง สำหรับคนไทย#

ตารางด้านล่างแสดงอาหารที่มีวิตามินดีสูง จัดเรียงตามปริมาณ IU ต่อมื้อ พร้อมระบุเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าแนะนำต่อวัน (RDA 600 IU)

ลำดับอาหารปริมาณ 1 มื้อวิตามินดี (IU)วิตามินดี (mcg)% ของค่าแนะนำ
1น้ำมันตับปลาคอด1 ช้อนโต๊ะ (15 มล.)1,36034.0227%
2ปลาแซลมอน (ป่า, ย่าง)100 กรัม600-1,00015-25100-167%
3ปลาทู/ปลาซาบะ (ย่าง)100 กรัม400-64010-1667-107%
4ปลาซาร์ดีน (กระป๋อง)100 กรัม48012.080%
5ปลาทูน่า (กระป๋อง, ในน้ำมัน)100 กรัม2706.845%
6ปลาสลิด (ตากแห้ง, ทอด)100 กรัม200-3505-8.833-58%
7กุ้ง (ต้ม)100 กรัม1503.825%
8เห็ดแห้ง (ตากแดด)4-5 ดอก (40 กรัม)160-4004-1027-67%
9ไข่แดง (ต้ม/เจียว)2 ฟอง80-1202-313-20%
10ปลาดุก (ย่าง)100 กรัม100-2002.5-517-33%
11นมเสริมวิตามินดี1 แก้ว (200 มล.)100-1202.5-317-20%
12โยเกิร์ตเสริมวิตามินดี1 ถ้วย (150 กรัม)80-1002-2.513-17%
13ตับหมู100 กรัม501.38%
14ชีส (เชดดาร์)30 กรัม120.32%
15เนย1 ช้อนโต๊ะ (14 กรัม)90.22%

ข้อมูลจาก: USDA FoodData Central และ NIH Office of Dietary Supplements

อาหารที่หาได้ง่ายในตลาดไทย#

1. ปลาทู/ปลาซาบะ (ประมาณ 400-640 IU / 100 กรัม)#

ปลาทูเป็นปลาที่คนไทยรับประทานมากที่สุดชนิดหนึ่ง และเป็นแหล่งวิตามินดีชั้นเลิศ ปลาทูทอดหรือย่างหนึ่งตัว (ประมาณ 100-150 กรัม) ให้วิตามินดีเทียบเท่าหรือมากกว่าค่าแนะนำต่อวัน

เคล็ดลับ: วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ปลาที่มีไขมันสูงจึงเป็นแหล่งที่ดีที่สุด ปลาทูนึ่งหรือปลาทูต้มยำเป็นวิธีทำอาหารที่ช่วยรักษาปริมาณวิตามินดีได้ดี

2. ปลาแซลมอน (ประมาณ 600-1,000 IU / 100 กรัม)#

แม้จะไม่ใช่ปลาพื้นบ้านไทย แต่ปัจจุบันปลาแซลมอนหาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดทั่วไป ปลาแซลมอนป่ามีวิตามินดีสูงกว่าปลาแซลมอนเลี้ยงถึง 3-4 เท่า

เคล็ดลับ: ปลาแซลมอนย่างหรือปลาแซลมอนดิบ (ซาชิมิ) ให้วิตามินดีสูง หลีกเลี่ยงการทอดจนไหม้ซึ่งอาจทำลายสารอาหารบางส่วน

3. ปลาสลิด (ประมาณ 200-350 IU / 100 กรัม)#

ปลาสลิดตากแห้งทอดเป็นอาหารไทยที่นิยมและอุดมด้วยวิตามินดี การตากแห้งในแสงแดดอาจช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินดีในปลาด้วย ปลาสลิดทอดกรอบ 1 ตัว (ประมาณ 80-100 กรัม) ให้วิตามินดีราว 1 ใน 3 ถึงครึ่งหนึ่งของค่าแนะนำต่อวัน

4. ไข่ (ประมาณ 40-60 IU / ฟอง)#

ไข่เป็นแหล่งวิตามินดีที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับคนไทย วิตามินดีอยู่ในไข่แดง เป็นหลัก ไม่ใช่ไข่ขาว ดังนั้นหากรับประทานเฉพาะไข่ขาวจะไม่ได้รับวิตามินดี

ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง (free-range) ที่ได้รับแสงแดดมากจะให้ไข่ที่มีวิตามินดีสูงกว่าไก่เลี้ยงในโรงเรือน

เมนูแนะนำ: ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ลวก — ไม่ว่าจะปรุงแบบไหน วิตามินดีจะไม่สูญเสียมากนัก

5. เห็ดตากแดด (ประมาณ 160-400 IU / 40 กรัม)#

เห็ดเป็นแหล่งวิตามินดีจากพืชที่ดีที่สุด แต่มีเงื่อนไขสำคัญ — เห็ดจะมีวิตามินดีสูงก็ต่อเมื่อได้รับแสง UV การตากเห็ดในแสงแดดก่อนรับประทานสามารถเพิ่มปริมาณวิตามินดีได้อย่างมาก ตามงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Nutrients การตากเห็ดหอม (shiitake) ในแสงแดดเพียง 1-2 ชั่วโมง สามารถเพิ่มวิตามินดีได้หลายเท่า

เห็ดที่หาได้ง่ายในไทย:

  • เห็ดหอม (shiitake) — วิตามินดีสูงเมื่อตากแดด
  • เห็ดนางฟ้า — ตากแดดก่อนใช้จะเพิ่มวิตามินดี
  • เห็ดเข็มทอง — มีวิตามินดีเล็กน้อย

6. กุ้ง (ประมาณ 150 IU / 100 กรัม)#

กุ้งเป็นอาหารทะเลที่คนไทยนิยมและเป็นแหล่งวิตามินดีที่ดี ต้มยำกุ้ง กุ้งอบวุ้นเส้น หรือกุ้งย่าง ล้วนเป็นเมนูที่ให้วิตามินดีได้

7. ปลาทูน่า (กระป๋อง) (ประมาณ 270 IU / 100 กรัม)#

ปลาทูน่ากระป๋องเป็นตัวเลือกที่สะดวกและราคาไม่แพง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มวิตามินดีในอาหารประจำวัน ทูน่าในน้ำมันจะมีวิตามินดีสูงกว่าทูน่าในน้ำเล็กน้อย เนื่องจากวิตามินดีละลายในไขมัน

ข้อควรระวัง: ปลาทูน่าอาจมีปริมาณปรอทสูง FDA แนะนำไม่ควรรับประทานเกิน 2-3 มื้อต่อสัปดาห์

อาหารเสริมแคลเซียมและวิตามินดี#

นอกจากอาหารธรรมชาติ ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวิตามินดีเพิ่มเข้าไป ได้แก่:

นมและผลิตภัณฑ์นมเสริมวิตามินดี#

  • นม UHT เสริมวิตามินดี — ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมหลายยี่ห้อในไทยที่เสริมวิตามินดี ให้ประมาณ 100-120 IU ต่อแก้ว
  • โยเกิร์ตเสริมวิตามินดี — บางยี่ห้อเสริมวิตามินดี 80-100 IU ต่อถ้วย
  • นมถั่วเหลืองเสริมวิตามินดี — ทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว

ซีเรียลเสริมวิตามินดี#

ซีเรียลที่เสริมวิตามินดีอาจให้ประมาณ 40-100 IU ต่อมื้อ ตรวจสอบฉลากโภชนาการก่อนซื้อเพื่อดูปริมาณที่แน่นอน

ทำไมอาหารอย่างเดียวอาจไม่พอ#

จากตารางข้างต้น จะเห็นว่าอาหารส่วนใหญ่ให้วิตามินดีไม่ถึงค่าแนะนำต่อวัน (600 IU) ยกเว้นปลาที่มีไขมันสูง ในความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า:

  1. อาหารเพียงอย่างเดียวให้วิตามินดีไม่เพียงพอ สำหรับคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้รับประทานปลาเป็นประจำ
  2. แสงแดด เป็นแหล่งวิตามินดีที่สำคัญที่สุด — สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู วิตามินดีจากแสงแดด
  3. อาหารเสริมวิตามินดี อาจจำเป็นสำหรับผู้ที่มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ

ตาม NIH ค่าเฉลี่ยวิตามินดีที่คนอเมริกันได้รับจากอาหารอยู่ที่เพียง 150-300 IU ต่อวัน ซึ่งไม่ถึงครึ่งของค่าแนะนำ สถานการณ์ในประเทศไทยก็คล้ายคลึงกัน

เคล็ดลับเพิ่มการดูดซึมวิตามินดีจากอาหาร#

1. รับประทานพร้อมไขมัน#

เนื่องจากวิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน การรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันจะช่วยเพิ่มการดูดซึมได้อย่างมาก งานวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินดีพร้อมไขมันสามารถเพิ่มการดูดซึมได้ถึง 32% เมื่อเทียบกับการรับประทานตอนท้องว่าง

ตัวอย่าง: น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด ถั่ว

2. ผสมผสานหลายแหล่ง#

แทนที่จะพึ่งพาอาหารชนิดเดียว ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีหลากหลาย เช่น:

  • เช้า: ไข่ 2 ฟอง + นมเสริมวิตามินดี = ประมาณ 200 IU
  • กลางวัน: ปลาทูย่าง 1 ตัว = ประมาณ 400-500 IU
  • เย็น: ต้มยำกุ้ง = ประมาณ 100-150 IU
  • รวม: ประมาณ 700-850 IU ซึ่งเกินค่าแนะนำ

3. ตากเห็ดในแดดก่อนปรุงอาหาร#

สำหรับผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ การตากเห็ดในแสงแดด 1-2 ชั่วโมงก่อนนำมาปรุงอาหารเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มวิตามินดีจากแหล่งพืช วางเห็ดโดยให้ด้านครีบ (กลับหัว) หงายขึ้นรับแสงแดดจะได้ผลดีที่สุด

4. เลือกปลาที่มีไขมันสูง#

ปลาไขมันสูง (fatty fish) มีวิตามินดีมากกว่าปลาเนื้อขาว:

  • ปลาไขมันสูง: ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาสลิด
  • ปลาเนื้อขาว: ปลากะพง ปลานิล ปลาช่อน — มีวิตามินดีน้อยกว่า

ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำต่อวัน#

กลุ่มอายุRDA (IU/วัน)RDA (mcg/วัน)
ทารก 0-12 เดือน40010
เด็ก 1-13 ปี60015
วัยรุ่น 14-18 ปี60015
ผู้ใหญ่ 19-70 ปี60015
ผู้สูงอายุ 71+ ปี80020
หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร60015

ขีดจำกัดสูงสุดที่ปลอดภัย (UL): 4,000 IU (100 mcg) ต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวิตามินดีเกินขนาด โปรดดู กินวิตามินดีเกินขนาด

หากต้องการแปลงหน่วย IU เป็น mcg สำหรับวิตามินดี สูตรคือ: 1 IU = 0.025 mcg หรือใช้ เครื่องมือแปลงหน่วย IU ของเรา

ใครที่ต้องการวิตามินดีเพิ่มเติม#

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดวิตามินดี:

  1. ผู้สูงอายุ — ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลงตามอายุ
  2. ผู้ที่ทำงานในอาคาร — ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ
  3. ผู้ที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ — SPF 30 ลดการสังเคราะห์วิตามินดีได้ถึง 95%
  4. ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน — วิตามินดีถูกกักเก็บในเนื้อเยื่อไขมัน
  5. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร — ต้องการวิตามินดีเพิ่มเติมสำหรับทั้งแม่และลูก
  6. ผู้ที่ไม่ดื่มนมหรือแพ้นมวัว — ขาดแหล่งวิตามินดีจากผลิตภัณฑ์นม
  7. ผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติ — แหล่งวิตามินดีจากพืชมีจำกัด

คำถามที่พบบ่อย#

ผลไม้มีวิตามินดีไหม?#

น่าเสียดายที่ผลไม้แทบไม่มีวิตามินดีเลย วิตามินดีพบเฉพาะในอาหารจากสัตว์ (ปลา ไข่ นม) และเห็ดที่ตากแดด ไม่มีผลไม้ชนิดใดที่เป็นแหล่งวิตามินดีอย่างมีนัยสำคัญ

กินวิตามินดีตอนไหนดีที่สุด?#

ควรรับประทานอาหารเสริมวิตามินดีพร้อมกับมื้ออาหารที่มีไขมัน เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด จะเป็นมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็นก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้รับประทานตอนท้องว่าง

ปลาทอดยังมีวิตามินดีอยู่ไหม?#

การทอดทำให้สูญเสียวิตามินดีบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด การย่าง นึ่ง หรือต้มจะรักษาวิตามินดีได้ดีกว่าการทอดในน้ำมันท่วม

สรุป#

  • ปลาที่มีไขมันสูง (ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน) เป็นแหล่งวิตามินดีที่ดีที่สุดจากอาหาร
  • ไข่ เป็นแหล่งวิตามินดีที่เข้าถึงง่ายที่สุด — วิตามินดีอยู่ในไข่แดง
  • เห็ดตากแดด เป็นแหล่งจากพืชที่ดีที่สุด
  • อาหารเพียงอย่างเดียวมักให้วิตามินดีไม่เพียงพอ ควรผสมผสานกับแสงแดดและอาหารเสริมตามความจำเป็น
  • รับประทานวิตามินดีพร้อมไขมันเพื่อเพิ่มการดูดซึม
  • ควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือด 25(OH)D เพื่อทราบสถานะที่แท้จริง

แหล่งอ้างอิง#

Related Articles

วิตามินดี: ประโยชน์ อาการขาด ขนาดที่แนะนำ และแหล่งอาหาร

วิตามินดีคืออะไร? ทำไมคนไทยจำนวนมากถึงขาด วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีบทบาทสำคัญในการ ดูดซึมแคลเซียม สร้างกระดูก เสริมภูมิคุ้มกัน และควบคุมการทำงานของเซลล์กว่า 1,000 ยีนทั่วร่างกาย วิตามินดีถูกเรียกว่า "วิตามินแสงแดด" เพราะร่างกายสามารถ

วิตามินที่ละลายในไขมัน A D E K: คู่มือฉบับสมบูรณ์

วิตามินที่ละลายในไขมัน คืออะไร วิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat-Soluble Vitamins) คือกลุ่มวิตามินที่ละลายได้ในไขมันและน้ำมัน ไม่ละลายในน้ำ ประกอบด้วย วิตามิน A, D, E และ K ซึ่งแตกต่างจากวิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-Soluble Vitamins) เช่น วิตามิน B และวิตามิน C ข้อแ

คู่มือ

IU คืออะไร: วิธีแปลงหน่วย IU เป็น mcg และ mg สำหรับวิตามิน

IU คืออะไร? ทำความเข้าใจหน่วยวัดวิตามิน IU ย่อมาจาก International Unit หรือ "หน่วยสากล" เป็นหน่วยวัดมาตรฐานที่ใช้ระบุปริมาณฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) ของวิตามิน ฮอร์โมน และสารบางชนิด ต่างจากหน่วย กรัม มิลลิกรัม หรือไมโครกรัม ที่วัดน้ำหนัก IU วัดว่าส

ขาดวิตามินดี: อาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษา

ขาดวิตามินดี — ปัญหาที่คนไทยมองข้าม ภาวะขาดวิตามินดี (Vitamin D deficiency) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย แม้จะเป็นประเทศเขตร้อนที่มีแสงแดดตลอดปี คนไทยจำนวนไม่น้อยมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่อยู่ใ

วิตามินเอ: เรตินอล เบต้าแคโรทีน ประโยชน์และปริมาณที่แนะนำ

วิตามินเอคืออะไร? ทำไมจึงมีหลายรูปแบบ วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และสุขภาพผิว วิตามินเอที่เราได้รับจากอาหารมี 2 รูปแบบหลักที่แตกต่างกันอย่างมาก: เรตินอล (Retinol) หรือวิต